กลยุทธ์ Base-150: วิธีที่ง่ายที่สุดในการกำหนดแนวโน้มและเข้าสู่ตลาดฟอเร็กซ์

d.molina
Dmitrij
Molina
กลยุทธ์ Base-150: วิธีที่ง่ายที่สุดในการกำหนดแนวโน้มและเข้าสู่ตลาดฟอเร็กซ์

กลยุทธ์ Base-150 เป็นวิธีการเทรดที่เป็นระบบ ซึ่งออกแบบมาเพื่อเพิ่มผลตอบแทนให้สูงสุด โดยใช้สัดส่วนความเสี่ยงต่อผลตอบแทนที่สม่ำเสมอในทุกการเทรด บทความนี้จะครอบคลุมพื้นฐานของกลยุทธ์ Base-150 พร้อมตัวอย่างการนำไปใช้ในการเทรดจริง

กลยุทธ์ Base-150 คืออะไร?

กลยุทธ์เทรดตามแนวโน้ม Base-150 เป็นวิธีการวิเคราะห์ทางเทคนิคที่ใช้โดยนักเทรดเพื่อระบุและใช้ประโยชน์จากแนวโน้มของตลาด ชื่อ "Base-150" มาจากการใช้ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบเอ็กซ์โปเนนเชียล (EMA) ระยะ 150 เป็นหลักในการตัดสินใจเทรดในเวอร์ชันดั้งเดิม

ต่อมา กลยุทธ์นี้ได้รับการพัฒนาเพิ่มเติมโดยการรวม EMA ระยะอื่น ๆ เข้าด้วยกัน กลยุทธ์นี้เป็นที่นิยมในหมู่นักเทรดที่ต้องการเทรดตามแนวโน้ม โดยตัดสินใจเทรดจากการจัดเรียงของค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่หลายช่วงเวลาให้สอดคล้องกัน

สินทรัพย์ใดที่สามารถเทรดด้วยกลยุทธ์ Base-150 ได้บ้าง?

  • สกุลเงิน (Forex) โดยเฉพาะคู่เงินหลัก เช่น EURUSD, GBPUSD และ USDJPY ซึ่งมักใช้กลยุทธ์การเทรดตามแนวโน้มเนื่องจากมีสภาพคล่องสูง
  • หุ้นรายตัว โดยเฉพาะหุ้นที่มีแนวโน้มชัดเจน เช่น Tesla (TSLA), Apple (AAPL) และ Amazon (AMZN);
  • สินค้าโภคภัณฑ์ เช่น ทองคำ (XAUUSD), น้ำมันดิบ (WTI) และโลหะเงิน (XAGUSD) ซึ่งมักจะแสดงรูปแบบแนวโน้มที่ชัดเจน

กรอบเวลาที่เหมาะกับกลยุทธ์ Base-150 ที่สุดคืออะไร?

กลยุทธ์ Base-150 มักถูกใช้ในกรอบเวลาระยะกลางถึงระยะยาว เพื่อจับการเคลื่อนไหวของราคาที่มีนัยสำคัญ กรอบเวลาที่นิยมใช้มากที่สุดสำหรับกลยุทธ์นี้คือ รายวัน (D1), 4 ชั่วโมง (H4) และ 1 ชั่วโมง (H1)

อินดิเคเตอร์ที่ใช้ในกลยุทธ์ Base-150 คืออะไร?

กลยุทธ์ Base-150 ใช้การผสมผสานของค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบเอ็กซ์โปเนนเชียล (EMA) 4 ระยะ เพื่อประเมินสภาพตลาดและระบุโอกาสในการเทรด ได้แก่ EMA 365, EMA 150, EMA 26 และ EMA 6

ในการเพิ่มอินดิเคเตอร์ใน MetaTrader ให้เปิดเทอร์มินัลของคุณและคลิกที่ปุ่ม Insert ที่มุมซ้ายบนของหน้าจอ เลือก Indicators จากนั้นเลือก Trend และ Moving Average

หลังจากเปิดแท็บ Parameters ให้เปลี่ยนการตั้งค่าของอินดิเคเตอร์แต่ละตัวในช่อง Period สุดท้าย เปลี่ยนสีของ EMA แต่ละเส้นเป็นสีที่คุณต้องการเพื่อแยกความแตกต่าง

วิธีใช้กลยุทธ์ Base-150
กลยุทธ์ Base-150 ประกอบด้วย 3 ขั้นตอน: การระบุแนวโน้ม การยืนยันแนวโน้ม และการยืนยันสัญญาณเข้าเทรด

  1. การระบุแนวโน้ม

เมื่อราคาสูงกว่า EMA 365 และ EMA 150 แนวโน้มเป็นขาขึ้น แต่เมื่ออยู่ต่ำกว่า แนวโน้มจะเป็นขาลง

  1. การยืนยันแนวโน้ม

หาก EMA 150 เกิดการครอสโอเวอร์เหนือ EMA 365 จากด้านล่างขึ้นด้านบน แนวโน้มจะยืนยันว่าเป็นขาขึ้น เมื่อครอสโอเวอร์เกิดขึ้นจากด้านบนลงล่าง จะยืนยันได้ว่าแนวโน้มเป็นขาลง

คุณควรหาเฉพาะคำสั่งซื้อ (Long Trades) ในแนวโน้มขาขึ้น และคำสั่งขาย (Short Trades) ในแนวโน้มขาลง

  1. การยืนยันสัญญาณเข้าเทรด

สัญญาณซื้อ

หากคุณกำลังมองหาการเทรดแบบ Long สัญญาณยืนยันคือ:

  • ราคาตัด EMA 26 จากล่างขึ้นบนและ
  • จากนั้นไม่นาน EMA 6 ตัด EMA 26 ในทิศทางเดียวกับราคา

สัญญาณขาย

หากคุณกำลังมองหาการเทรดแบบ Short สัญญาณยืนยันคือ:

  • ราคาตัด EMA 26 จากบนลงล่างและ
  • จากนั้นไม่นาน EMA 6 ตัด EMA 26 ในทิศทางเดียวกับราคา

เพื่อจับจังหวะการเข้าเทรดอย่างแม่นยำ คุณสามารถใช้กรอบเวลาย่อยได้ เช่น กรอบเวลา H1 เมื่อสัญญาณเทรดปรากฏในกรอบเวลา H4 หรือกรอบเวลา H4 เมื่อสัญญาณปรากฏในกรอบเวลา D1

STOP-LOSS และ TAKE-PROFIT

Stop-Loss ควรวางเหนือ EMA 365 สำหรับคำสั่งขาย และวางใต้ EMA 365 สำหรับคำสั่งซื้อ จะดียิ่งขึ้นหากวาง Stop-Loss ไว้เหนือจุด Swing High หรือ Swing Low ล่าสุด

Take-Profit สามารถวางได้ตามกลยุทธ์การเทรดของคุณ เช่น ใช้สัดส่วนความเสี่ยงต่อผลตอบแทน แนวรับ/แนวต้าน หรือวิธีอื่น ๆ

กลยุทธ์ Base-150: สรุป

กลยุทธ์ Base-150 เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเทรดฟอเร็กซ์ เพราะสามารถจับแนวโน้มในตลาดที่มีสภาพคล่องสูงได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น คู่สกุลเงิน ที่มักแสดงการเคลื่อนไหวที่แข็งแกร่งและต่อเนื่อง ด้วยการเน้นการระบุจุดเข้าและออกที่ชัดเจนผ่านการใช้ EMA หลายตัว กลยุทธ์นี้ช่วยให้นักเทรดสามารถรับมือกับตลาดฟอเร็กซ์ที่เคลื่อนไหวรวดเร็วได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เริ่มต้นเทรดกับ Headway วันนี้และสัมผัสพลังของกลยุทธ์ Base-150 ได้เลย!

ติดตามเราได้ที่ เทเลแกรม, อินสตาแกรม และ เฟซบุ๊ก เพื่อรับการอัปเดตจาก Headway ทันที