รูปแบบแท่งเทียนแบบ Hammer (Pin Bar): 3 กลยุทธ์สำหรับผู้เริ่มต้นเพื่อกำหนดจุดเข้าเทรด

รูปแบบแท่งเทียนเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์ในการค้นหาการกลับตัวของแนวโน้มและจุดเข้าตลาดที่น่าเชื่อถือ บทความนี้จะสำรวจ 3 กลยุทธ์ง่าย ๆ สำหรับผู้เริ่มต้นโดยใช้รูปแบบแท่งเทียนแบบ Hammer (Pin Bar)
กราฟแท่งเทียนและแท่ง Pin Bar
กราฟแท่งเทียนเป็นกราฟที่สะท้อนการเคลื่อนไหวของราคาตามระยะเวลาที่กำหนด แต่ละแท่งเทียนแสดงถึงการเปลี่ยนแปลงของราคาตลอด 1 นาที, 1 ชั่วโมง, 1 วัน หรือกรอบเวลาอื่น ๆ โดยแท่งเทียนประกอบด้วยตัวแท่งและไส้เทียน
ตัวแท่ง เป็นส่วนสี่เหลี่ยมที่แสดงช่วงราคาการเปิด/ปิด หากราคาปิดสูงกว่าราคาเปิด ตัวแท่งจะเป็นสีเขียว แสดงถึงแนวโน้มขาขึ้น หากราคาปิดต่ำกว่าราคาเปิด ตัวแท่งจะเป็นสีแดง แสดงถึงแนวโน้มขาลง
ไส้เทียน เป็นเส้นที่อยู่ด้านบนและล่างของตัวแท่ง แสดงถึงช่วงราคาในช่วงเวลาที่กำหนด ซึ่งอยู่นอกช่วงเปิด/ปิด ไส้เทียนที่สั้นหรือไม่มีเลยหมายถึงราคาไม่ได้มีการเคลื่อนไหวมากนัก ไส้เทียนยาวบ่งบอกถึงความเคลื่อนไหวของตลาดสูง หากไส้เทียนด้านบนยาว จะแสดงถึงแรงกดดันจากผู้ซื้อ แต่หากไส้เทียนด้านล่างยาว จะหมายถึงแรงกดดันราคาจากผู้ขาย
กล่าวอีกนัยหนึ่ง ความยาวและตำแหน่งของไส้เทียนสามารถช่วยให้คุณตีความแนวโน้มและตรวจจับการกลับตัวได้ และแท่ง Pin Bar เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการวิเคราะห์นี้
แท่ง Pin Bar หรือแท่งเทียนแบบ Hammer เป็นรูปแบบแท่งเทียนกลับตัวที่เกิดขึ้นเมื่อราคาเปิดและปิดอยู่ในบริเวณเดียวกัน โดยแท่งนี้มีลักษณะเด่นคือ ไส้เทียนยาวและตัวแท่งขนาดเล็ก ซึ่งแท่ง Pin Bar นี้เป็นสัญญาณที่แข็งแกร่งของการกลับตัวของแนวโน้ม
คุณสมบัติที่สำคัญของแท่ง Pin Bar คือไส้เทียนที่ยาว โดยควรมีความยาวอย่างน้อย ⅔ ของแท่งเทียนทั้งหมด

ขนาดตัวแท่งที่เล็กและไส้เทียนที่สั้นหรือไม่มีเลยจะกลายเป็นสัญญาณที่ชัดเจนของความไม่แน่นอนของตลาดในปัจจุบันและการกลับตัวของแนวโน้มปิด หากแท่งเทียนแบบ Hammer ปรากฏใกล้ ระดับแนวรับ/แนวต้าน หรือ เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (Moving Averages) จะมีนัยสำคัญมากยิ่งขึ้น
กลยุทธ์ที่ 1 หาแท่ง Pin Bar ขาขึ้น ซึ่งบ่งบอกถึงสัญญาณ 'ซื้อ'
แท่ง Pin Bar ขาขึ้นจะมีตัวแท่งขนาดเล็กไม่ว่าจะสีอะไรและไส้เทียนด้านล่างที่ยาว มักปรากฏในช่วงสิ้นสุดแนวโน้มขาลง เป็นสัญญาณของการกลับตัวสู่แนวโน้มขาขึ้น
คุณจะเห็นแท่งเทียนขาขึ้นเมื่อผู้ขายดันราคาแต่ผู้ซื้อปฏิเสธ ยิ่งไส้เทียนยาวเท่าไร ผู้ซื้อก็จะยิ่งแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น
เมื่อแท่งเทียนขาขึ้นปิดสูงกว่าแท่ง Pin Bar ขาขึ้นแสดงถึงการกลับตัวของแนวโน้ม นี่คือจังหวะที่เหมาะสมในการเปิดคำสั่ง 'ซื้อ' ระดับแนวรับและแนวต้านในพื้นที่จะช่วยให้คุณกำหนด Stop-Loss และ Take-Profit ที่เหมาะสมได้
ตัวอย่าง. เราเปิดกราฟ EURUSD กรอบเวลา H1 (1 ชั่วโมง) เป็นเรื่องง่ายที่เราจะพบแท่งเทียนแบบ Hammer ที่ตัวแท่งยาวและมีไส้เทียนด้านบน การเคลื่อนไหวของราคาในอดีตพิสูจน์ให้เห็นถึงแนวโน้มทั่วไปที่แท่งเทียนนี้มอบให้เรา เราสามารถเข้าสู่การเทรดที่นี่และทำกำไรจากมันได้

กลยุทธ์ที่ 2 หาแท่ง Pin Bar ขาลง ซึ่งบ่งบอกถึงสัญญาณ 'ขาย'
คุณสามารถใช้กลยุทธ์แรกในทางกลับกันเพื่อใช้แท่ง Pin Bar ขาลงในการเปิดตำแหน่ง ในกรณีเช่นนี้ คุณต้องการค้นหาแท่งเทียนแบบ Hammer ขาลงเพื่อตรวจจับแนวโน้มขาลงใหม่
แท่ง Pin Bar ขาลงจะมีตัวแท่งขนาดเล็กไม่ว่าจะสีอะไรและไส้เทียนด้านบนที่ยาว มักปรากฏในช่วงสิ้นสุดแนวโน้มขาขึ้น เป็นสัญญาณของการกลับตัวสู่แนวโน้มขาลง
คุณจะเห็นแท่งเทียนขาลงเมื่อผู้ซื้อดันราคาแต่ผู้ขายปฏิเสธ ยิ่งไส้เทียนยาวเท่าไร ผู้ขายก็จะยิ่งแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น
เมื่อแท่งเทียนขาลงปิดต่ำกว่าแท่ง Pin Bar ขาลงแสดงถึงการกลับตัวของแนวโน้ม นี่เป็นช่วงเวลาที่ดีในการเข้าสู่ตลาดด้วยตำแหน่ง 'ขาย' ระดับแนวรับและแนวต้านในพื้นที่จะช่วยให้คุณกำหนด Stop-Loss และ Take-Profit ที่เหมาะสมได้
ตัวอย่าง. เราเปิดกราฟ EURUSD คราวนี้ ลองใช้กรอบเวลาที่สั้นลง M5 (5 นาที) เมื่อเราดูกราฟ เราพบแท่งเทียนที่โดดเด่นแท่งหนึ่ง ซึ่งเป็น Hammer ขาลงที่มีไส้เทียนด้านบนยาวมาก นี่คือโอกาสของเราในการขาย ดังที่เราเห็นในกราฟ แนวโน้มกำลังลดลง ดังนั้นคำสั่ง 'ขาย' ของเราจึงให้ประโยชน์ที่ดี

กลยุทธ์ที่ 3 หา Inside Bar ซึ่งเป็นสัญญาณการสิ้นสุดของแนวโน้ม
แท่ง Pin Bar สามารถเป็น Inside Bar ได้ Inside Bar หรือรูปแบบ Harami คือแท่งเทียนสองแท่งที่แท่งหนึ่งอยู่ภายในขอบเขตของอีกแท่งหนึ่ง การรวมกันดังกล่าวสามารถเห็นได้ด้านล่างแนวรับหรือเหนือระดับแนวต้าน ในกรณีนี้ Inside Bar จะบ่งชี้ว่าแนวโน้มปัจจุบันสิ้นสุดลงแล้วและการเปลี่ยนแปลงของแนวโน้มอาจตามมาในไม่ช้า: ราคาสามารถกลับตัวหรือคงอยู่ในช่วงได้

นี่คือวิธีการทำงานในบริบทจริง เราพบแท่งเทียนขาลงและต่อไปเป็นแท่งเทียนขาขึ้น (หรือในทางกลับกัน) โดยตัวแท่งและไส้เทียนของแท่งขาขึ้นอยู่ภายในช่วงของแท่งขาลงอย่างสมบูรณ์ หลังจากที่เกิดรูปแบบนี้ เราเห็นการกลับตัวของแนวโน้มขาลง หากคุณพบรูปแบบนี้ในกราฟของคุณ การเปิดตำแหน่ง 'ขาย' จะเป็นโอกาสที่ดี

ตัวอย่าง. มาลองใช้กราฟรายวันของ Apple (AAPL) เราสังเกตเห็นแท่งสีเขียวอยู่ภายในแท่งสีแดงยาว จากนั้นเราจะสรุปได้ว่าแนวโน้มปัจจุบันกำลังจะเปลี่ยนไป ข้อมูลในอดีตยืนยันจุดนี้: ราคาพุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง หากเราเปิดคำสั่ง 'ซื้อ' ที่นี่ เราจะทำกำไรจากมันได้

สรุป: รูปแบบแท่งเทียนแบบ Hammer (Pin Bar)
อย่างที่คุณเห็น รูปแบบแท่งเทียน Pin Bar สามารถเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์ในการเทรดของคุณ อย่าลืมทดสอบจุดเข้าเทรดที่แนะนำร่วมกับอินดิเคเตอร์ทางเทคนิคอื่น ๆ เพื่อเพิ่มความแม่นยำ เลือกหนึ่งในสามกลยุทธ์แล้วลองใช้กับ Headway ได้เลยตอนนี้
ติดตามเราได้ที่ เทเลแกรม, อินสตาแกรม และ เฟซบุ๊ก เพื่อรับการอัปเดตจาก Headway ทันที




