ทำความเข้าใจการเคลื่อนไหวของตลาด: ข้อมูลเชิงลึกอันทรงพลังของ Auction Market Theory

บทความนี้สำรวจลักษณะของ Auction Market Theory ตลาดการเงินอยู่ในภาวะเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ โดยได้รับอิทธิพลจากการผสมผสานที่ซับซ้อนของเหตุการณ์ระดับโลก ดัชนีชี้วัดทางเศรษฐกิจ และการกระทำของนักเทรดและนักลงทุนจำนวนมาก ในภูมิทัศน์ที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลานี้ นักเทรดและนักลงทุนมักแสวงหาแนวทางที่มั่นคงเพื่อทำความเข้าใจและคาดการณ์การเคลื่อนไหวของตลาด
หนึ่งในแนวทางเหล่านั้นคือ Auction Market Theory (AMT) ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการวิเคราะห์ตลาด ทฤษฎีนี้ช่วยให้เข้าใจการกำหนดการเคลื่อนไหวของตลาดผ่านพลวัตของการค้นหาราคาและความสัมพันธ์ระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย
ทฤษฎีนี้มีจุดกำเนิดในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 โดยได้รับอิทธิพลอย่างมากจากผลงานของนักทฤษฎีตลาดในตำนาน Richard D. Wyckoff และได้รับการปรับปรุงเพิ่มเติมโดยนักเทรดอย่าง Jesse Livermore และ Richard Ney
พื้นฐานของ Auction Market Theory
Auction Market Theory มีแก่นสำคัญอยู่ที่แนวคิดว่าราคาตลาดถูกกำหนดผ่านกระบวนการประมูลอย่างต่อเนื่อง ผู้ซื้อและผู้ขายมีปฏิสัมพันธ์กันในกระบวนการนี้ โดยต่อรองราคาตามการประเมินมูลค่าและความต้องการของพวกเขา
แนวคิดพื้นฐานใน Auction Market Theory คือดุลยภาพของราคา ซึ่งเป็นระดับที่แรงของอุปสงค์และอุปทานสมดุลกัน ในสภาวะนี้ ผู้ซื้อและผู้ขายยอมรับราคาเดียวกัน ส่งผลให้ตลาดอยู่ในสภาวะค่อนข้างคงที่ ในกราฟราคาช่วงตลาดนี้เรียกว่า ช่วงพักราคา อย่างไรก็ตาม เมื่อเกิดความไม่สมดุลขึ้น เช่น เมื่ออุปสงค์สูงกว่าอุปทานหรือในทางกลับกัน ราคาจะเคลื่อนตัวเพื่อค้นหาดุลยภาพใหม่ ความไม่สมดุลเหล่านี้ก็คือช่วงขาขึ้นและขาลงนั่นเอง
แนวคิดสำคัญของ Auction Market Theory
Auction Market Theory ช่วยให้นักเทรดมีเครื่องมืออันทรงพลังในการตีความการเคลื่อนไหวของราคา หลักการสำคัญบางประการที่ควรรู้ ได้แก่ การเปรียบเทียบมูลค่ากับราคา โซนการยอมรับและโซนปฏิเสธ รวมทั้งการวิเคราะห์ปริมาณ เมื่อใช้อย่างถูกต้อง หลักการเหล่านี้จะช่วยให้เข้าใจสภาพตลาดที่ดูวุ่นวายได้อย่างชัดเจนมากขึ้น
1. มูลค่า vs. ราคา
ในตลาดใด ๆ ราคาคือจำนวนเงินที่ใช้ซื้อขายสินทรัพย์จริง แต่ Auction Market Theory แยกความแตกต่างระหว่างมูลค่าและราคาเพื่อค้นหาความไม่สมดุลของตลาดและโอกาสในการลงทุน
มูลค่าคือความคุ้มค่าที่แท้จริงของสินทรัพย์หรือหลักทรัพย์ ซึ่งพิจารณาจากปัจจัยหลายประการ เช่น พื้นฐานทางเศรษฐกิจ คุณภาพ และการประเมินตามมุมมองของผู้เข้าร่วมตลาด
ราคาคือจำนวนตัวเลขที่ผู้ซื้อและผู้ขายทำการแลกเปลี่ยนกัน ซึ่งถูกกำหนดโดยพลวัตของอุปสงค์และอุปทาน และมักสะท้อนถึงความรู้สึกในตลาดช่วงสั้น ๆ
เมื่อราคาเบี่ยงเบนไปจากมูลค่ามากเกินไป จะสร้างโอกาสให้กับนักเทรด ตัวอย่างเช่น หากหุ้นมีมูลค่าพื้นฐานที่สูงแต่เทรดในราคาที่ต่ำกว่ามูลค่าจริงเนื่องจากสภาพตลาดชั่วคราว นักลงทุนที่ชาญฉลาดอาจมองว่านี่คือโอกาสในการซื้อ
นักลงทุนระยะยาวมุ่งเน้นที่มูลค่า โดยพยายามลงทุนในสินทรัพย์ที่มีราคาต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง ในทางตรงกันข้าม นักเทรดระยะสั้นให้ความสำคัญกับการเคลื่อนไหวของราคาและอารมณ์ของตลาด โดยมุ่งเน้นไปที่การเคลื่อนไหวในระยะสั้นมากกว่ามูลค่าพื้นฐาน
การยอมรับ vs. การปฏิเสธ
แนวคิดสำคัญของ Auction Market Theory คือการระบุ โซนของมูลค่า (Value Areas) และ โซนปฏิเสธ (Rejection Areas) ซึ่งช่วยให้นักเทรดเข้าใจว่าตลาดยอมรับหรือปฏิเสธราคาของสินทรัพย์ในช่วงใด
โซนของมูลค่าเป็นช่วงราคาที่การซื้อและขายมีความสมดุล ซึ่งหมายความว่าผู้เข้าร่วมตลาดเห็นว่าราคานี้ยุติธรรม ในกรณีนี้ ตลาดอยู่ในภาวะสมดุล (ช่วงการพักราคา)
โซนปฏิเสธเกิดขึ้นเมื่อผู้เข้าร่วมตลาดไม่เห็นด้วยกับมูลค่าที่เหมาะสมของสินทรัพย์ในช่วงราคานั้น ๆ โซนเหล่านี้จะมีความผันผวนสูงและการเคลื่อนไหวของราคาที่รวดเร็ว เนื่องจากผู้ซื้อหรือผู้ขายปฏิเสธที่จะทำธุรกรรมในราคาที่พวกเขาเห็นว่าไม่ยุติธรรม ในโซนเหล่านี้ ตลาดอยู่ในสถานะที่ไม่สมดุล โดยมีธุรกรรมน้อยลงและการเปลี่ยนแปลงราคาที่รวดเร็ว ตลาดในโซนนี้อยู่ในสถานะไม่สมดุล (ช่วงที่มีแนวโน้ม)
รายงานผลประกอบการที่เกิดขึ้นกะทันหันหรือเหตุการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์อาจสร้างความไม่สมดุลในหุ้นหรือตลาดโดยรวมได้ หากบริษัทมีผลประกอบการที่ดีกว่าที่คาดการณ์ ผู้ซื้ออาจแห่กันเข้ามาซื้อจนดันราคาสูงขึ้น จนกระทั่งผู้ขายเข้ามาเพื่อสร้างสมดุลในตลาดอีกครั้ง
โปรไฟล์ปริมาณการเทรด
ใน Auction Market Theory โปรไฟล์ปริมาณการเทรดเป็นตัวชี้วัดสำคัญที่บ่งบอกถึงกิจกรรมในตลาด โดยแตกต่างจากปริมาณการเทรดในแนวตั้งแบบ 'tick' เนื่องจากในกรณีนี้ โปรไฟล์ปริมาณการเทรดแสดงจำนวนสัญญาที่เทรดในแต่ละระดับราคาภายในช่วงเวลาที่กำหนด
การวิเคราะห์โปรไฟล์ปริมาณการเทรดใน Auction Market Theory ช่วยให้นักเทรดระบุระดับสำคัญของแนวรับและแนวต้าน โดยมี โหนดปริมาณการเทรด 2 ประเภทหลักในตัวบ่งชี้โปรไฟล์ปริมาณการเทรด ดังนี้
โหนดปริมาณการเทรดสูงเป็นระดับราคาที่มีปริมาณการเทรดมาก ซึ่งมักทำหน้าที่เป็นแนวรับหรือแนวต้านที่แข็งแกร่ง หากหุ้นกำลังเคลื่อนไหวในช่วงพักราคาที่โหนดปริมาณการเทรดสูง หุ้นอาจเกิดการ Breakout อย่างชัดเจนเมื่อปริมาณการเทรดสนับสนุนการเคลื่อนไหวของราคา
โหนดปริมาณการเทรดต่ำเป็นพื้นที่ราคาที่มีปริมาณการเทรดน้อย ซึ่งบ่งบอกถึงความเปราะบางของราคาในบริเวณนี้ โหนดเหล่านี้มักบ่งชี้ถึงการเคลื่อนไหวของราคาในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นการ Breakout หรือ Breakdown

ด้านบนเป็นกราฟ XAUUSD H1 ที่แสดงโปรไฟล์ปริมาณการเทรด (Volume Profile หรือ VP) รายสัปดาห์ ซึ่งโซนที่ VP หนาแน่นแสดงถึง โหนดปริมาณสูง (High Volume Node หรือ HVN) และโซนที่ VP เบาบางลงแสดงถึง โหนดปริมาณต่ำ (Low Volume Node หรือ LVN) LVN เป็นพื้นที่ในกราฟที่แสดงถึงความไม่สมดุลในอดีต ในขณะที่ HVN เป็นสัญลักษณ์ของโซนที่สมดุล ในโซน HVN ผู้ซื้อและผู้ขายได้ตกลงราคากัน ในขณะที่โซน LVN ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอย่าง อุปสงค์ หรือ อุปทาน มีอิทธิพลมากกว่า
บนกราฟเดียวกัน เราจะเห็นตัวอย่างจริงของการที่ราคาหลุดออกจากโซน HVN ลงด้านล่างในช่วงเวลา 10:00 น. วันที่ 18 กันยายน หลังจากที่เฟดประกาศการตัดสินใจเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยนโยบาย เมื่อราคาลดลงไปถึง HVN ที่ต่ำกว่า ราคาถูกดีดกลับจาก LVN ที่อยู่ด้านล่างสุด ซึ่งแสดงให้เห็นว่าผู้เข้าร่วมตลาดปฏิเสธที่จะทำธุรกรรมในระดับราคานั้น สุดท้าย HVN ที่สองได้ทำหน้าที่เป็นแนวรับที่แข็งแกร่ง
บทสรุป
Auction Market Theory เป็นกรอบแนวคิดที่ผ่านการทดสอบมาอย่างยาวนานและให้ข้อมูลเชิงลึกที่มีคุณค่าเกี่ยวกับพฤติกรรมตลาด การค้นหาราคา และความสมดุลระหว่างอุปสงค์และอุปทาน การเข้าใจพลวัตของกระบวนการประมูลช่วยให้นักเทรดสามารถปรับปรุงการตัดสินใจ ใช้ประโยชน์จากความไม่สมดุลของตลาด และรับมือกับสภาวะตลาดที่ซับซ้อนได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น
ติดตามเราได้ที่ เทเลแกรม, อินสตาแกรม และ เฟซบุ๊ก เพื่อรับการอัปเดตจาก Headway ทันที